Slide

TVA (ทิวา) ย่อมาจาก Transformation Valley  ชุมชนแห่งการสร้างความเปลี่ยนแปลง พื้นที่ของ ”คนตรงกลาง” (People in between) ในการสร้างผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่และธุรกิจน้ำดี ที่สร้างสมดุลของการทำผลกำไรของกิจการของตนกับการใส่ใจในผลกระทบเชิงบวกที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ผู้คนและโลกมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นในโลกธุรกิจยุคเก่า โดยการแบ่งปันกำไรคืนสู่การพัฒนาสังคม ชุมชน และโลกให้เกิดความยั่งยืนร่วมกัน


ชุมชนทิวาตั้งอยู่ใน “สวนเสียงไผ่” ที่รายล้อมไปด้วยบรรยายกาศแห่งความผ่อนคลายจากเสียงของสวนไผ่ และความเขียวขจีจากระบบนิเวศทางธรรมชาตินานาชนิด สร้างขึ้นมาในปี 2018 ในพื้นที่เกือบ4ไร่ ตั้งอยู่ในย่าน ทาวน์อินทาวน์ ใจกลางกรุงเทพ  ก่อตั้งโดย คุณสัก ชยดิษฐ์ หุตานุวัชร์ ประธานแห่งชุมชนทิวาและเจ้าของที่ดิน โดยมีเจตนาให้เป็นสถานที่แห่งการพัฒนาผู้นำองค์กรในกระบวนทัศน์ใหม่ และ สร้างธุรกิจน้ำดีให้กับประเทศ โดยแฝงปรัชญาของการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจอยู่ในสวนไผ่ ที่รายล้อม “ไผ่” ที่เป็นดั่งตัวแทนของความสง่างามในการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ เต็มไปด้วยวิถี-วัฒนธรรมองค์กรที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ รายล้อมไปด้วยระบบนิเวศที่ดี และมีผู้คนที่เป็นมิตรไมตรี มีจิตใจที่พร้อมแบ่งปันความรู้ ความคิด กำลังกายกำลังใจในการขับเคลื่อนสังคมนำพาประเทศให้พัฒนาประเทศให้ดีขึ้นอย่างสอดประสานกลมกลืนกันดั่งเสียงไผ่ในสวนที่เสียดสีกันยามต้องลม

SAFE SPACE
For Community of Good Friends

พื้นที่แห่งมิตรภาพที่สร้างสรรค์

วิถีแห่งทิวา ณ สวนเสียงไผ่ นอกจากจะเป็นสถานที่แห่งการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของผู้คน ยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิด พร้อมกับสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กันและกัน ในบรรยากาศของมิตรภาพที่เปิดเผย จริงใจ ตรงไปตรงมา เพื่อพัฒนาตนเอง องค์กร และธุรกิจของกันและกันไปในทิศทางที่ดีขึ้น และกลายเป็นธุรกิจน้ำดีดั่งปณิธานที่มีร่วมกันของผู้คนใน “วิถีแห่งทิวา”

สวนเสียงไผ่” พื้นที่ของชุมชนทิวา มีการขับเคลื่อนความคิดของผู้คนอย่างมีศักยภาพ ใน 4 ด้านสำคัญ

1. TVA institute สถาบัน ทิวา องค์กรที่พัฒนาความรู้ เพื่อสร้างธุรกิจน้ำดี โดยมีสถาบันที่ปรึกษาการจัดการแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรหลัก ในการอบรมหลักสูตรพัฒนาที่ปรึกษามืออาชีพในไทยและอื่นๆอีกมากมาย 

2. TVA Corporation ให้บริการงานที่ปรึกษา และการพัฒนาธุรกิจด้านการค้าการลงทุน ในนาม บริษัท ทิวา คอร์เปอร์เรชั่น
ด้วยมาตรฐานการให้บริการงานที่ปรึกษาในระดับสากล มีกระบวนการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ จาก CMC การทำงานอย่างเป็นระบบ น่าเชื่อถือ และปลอดภัย รวมทั้งยังเป็นบริษัทเพื่อพัฒนาธุรกิจการค้าและการลงทุนอีกด้วย 

3. Business Decoding & Transformation  แหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญการถอดรหัสทางธุรกิจและปรับฐานองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่มุ่งเน้นการถอดรหัส ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ อุดรอยรั่ว พัฒนาจุดแข็ง และนำผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนาองค์กรสู่การปรับเปลี่ยนองค์กรให้ดียิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสร้างความยั่งยืนในอนาคต

4. Mergers & Acquisitions (M&A) การควบรวมกิจการเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยื่นเพื่ออนาคต ที่มีได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ ภายใต้การแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการทำ M&A

 ในการควบรวมกิจการมีได้หลายรูปแบบ

การได้มาซึ่งหุ้นของกิจการ (Share Acquisition) ก็คือ การซื้อหุ้นบริษัท เพื่อการเติบโต

การได้มาซึ่งสินทรัพย์ของกิจการ (Asset/Business Acquisition)
คือ การซื้อสินทรัพย์ของกิจการ หรือ การโอนธุรกิจ เพื่อการควบรวมและขยายมูลค่าทางธุรกิจ

การควบรวมกิจการ (Amalgamation) คือ การควบรวมกิจการตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนฯ

สวนเสียงไผ่ ที่ตั้งของชุมชนทิวา บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ รายล้อมไปด้วยต้นไผ่ ธรรมชาตินิเวศ และมิตรภาพของผู้คนในชุมชนทิวากลางทาวน์อินทาวน์ใจกลางกรุงเทพมหานคร

ESB | ECO SOCIAL BUSINESS COMMUNITY

นอกจากนั้น ชุมชนทิวา ยังเป็นพื้นที่จัดประชุม และสัมนาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับ ธุรกิจ องค์กร ผู้คน สังคม สถาบัน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานเอกชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุมชนทิวา เป็นดั่งพื้นที่แห่งโอกาส ที่คอยให้ปรึกษา และให้คำแนะนำ ที่เน้นไปในด้านการควบรวมกิจการแบบข้ามชาติ หรือ แหล่งระดมทุนเพื่อขยายกิจการ Cross Border M&A (Mergers & Acquisitions) การถอดรหัสธุรกิจและปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Business Decoding & Transformation) มีผู้ประกอบการ และองค์กรมากมายเข้ามาขอคำปรึกษาไม่เว้นแต่ละวัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุมชนทิวา เป็นดั่งพื้นที่แห่งโอกาส ที่คอยให้ปรึกษา และให้คำแนะนำ ที่เน้นไปในด้านการควบรวมกิจการแบบข้ามชาติ หรือ แหล่งระดมทุนเพื่อขยายกิจการ Cross Border M&A (Mergers & Acquisitions) การถอดรหัสธุรกิจและปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Business Decoding & Transformation) มีผู้ประกอบการ และองค์กรมากมายเข้ามาขอคำปรึกษาไม่เว้นแต่ละวัน

นอกจากนั้น ชุมชนทิวา ยังเป็นแหล่งอบรม พัฒนาความรู้ ในหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้น คือ สถาบันทิวา ที่เป็นแหล่งอบรมพัฒนาความรู้ และพัฒนาทักษะงานที่ปรึกษาด้วยมาตรฐานสากล ที่มีระบบการให้คำปรึกษาการให้บริการงานที่ปรึกษาอย่างถูกต้องตามกระบวนการ ในห้องประชุมภายในสวนเสียงไผ่ ที่ตกแต่งให้มึความโปร่งโล่งสะอาด ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่อยู่รายรอบด้วยระบบสื่อ และระบบเสียงที่มีมาตรฐานเทียบกับห้องประชุมและสัมนามืออาชีพ

บรรยากาศการเรียนการสอน หลักสูตรที่ปรึกษามืออาชีพ IMCT โดย สถาบันทิวา ที่เป็นสมาชิก CMC โลก

บรรยากาศการถ่ายทอดสด ผ่านระบบ Live Streaming ในห้องบรรยาย TVA Hall

บรรยากาศการถ่ายทอดสด ผ่านระบบ Live Streaming ในห้องบรรยาย TVA Hall

บรรยากาศการเรียนหลักสูตร ที่ปรึกษามืออาชีพ ในห้องบรรยาย TVA Hall ที่รองรับผู้เรียนได้มากกว่า 50 ท่าน

A placetocreatenewparadigm of leadership

– ในอดีตนั้น Leadership ทั้งหลายถูกสอนกันมาว่า การที่เราเป็นผู้บริหาร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การแสวงหาผลกำไรสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น แต่ New paradigm ที่ สถาบันทิวาผลักดัน เป็นผู้นำในแนวคิดใหม่ ในกระบวนทัศน์ใหม่ แตกต่างที่ต้องเป็นผู้นำที่ย้อนกลับมามองสังคม ผู้คน และสิ่งรอบข้างให้เติบโตไปในทางที่ดีเคียงคู่กับธุรกิจของเราด้วย นั่นก็คือ การทำธุรกิจน้ำดีนั่นเอง กล่าวคือ เราต้องทำธุรกิจร่วมไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม, สังคม, ความมั่นคงทางการเงิน เหล่านี้ คือ สิ่งสำคัญที่ Leadership ยุคใหม่ต้องคำนึงถึง

TVA Culture

วัฒนธรรมองค์กรของ ชุมชนทิวา เต็มไปด้วยการตกตะกอนแห่งความคิดของผู้ก่อตั้ง (คุณสัก ชัยดิษฐ์)ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมีประสบการณ์ในหลายบทบาทของการทำธุรกิจและในฐานะนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มากว่า 40 ปี

ชุมชนทิวา จึงมีความเชื่อว่าประเทศไทยควรจะมีผู้ที่ซึ่งเป็นดั่ง 1 Beyond The Bottom Line หรือ คนตรงกลางระหว่างการก้าวผ่านไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ที่ใส่ใจ People, Profit, Planet ไปพร้อมๆกัน โดยที่ต้องเกิดจากการ นับถือกัน เชื่อใจกัน แล้วจึงร่วมงงานกัน จาก กระบวนคิดแบบ RT&C (Respect Trust & Collaboration)

TVA WAY

วิถีแห่งทิวา คือ วิถีที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างปรัชญาตะวันออก ด้วยการใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งสมาธิและศิลปะผสมผสานกันอย่างลงตัว ดั่งเช่นงานวาดพู่กันจีนโดยคุณสัก(ผู้ก่อตั้ง) ที่ใช้วิธีการวาดด้วยจุ่มหมึกตวัดลงบนกระดาษเยื่อไผ่อย่างฉับพลันโดยไม่ต้องคำนึงถึงรายละเอียด เสมือนการแสดงถึงพลังแห่งสมาธิในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเราจะได้เห็นงานศิลปะจากภาพหมึกพู่กันจีนอยู่ทางด้านหน้าของสวนเสียงไผ่ 

สุนทรียศาสตร์นี้สอดแทรกไปถึงทุกรายละเอียดในสถานที่ของสวนเสียงไผ่ ด้วยอาณาบริเวณที่สงบเงียบ ทำได้ยินถึงเสียงกระซิบของต้นไผ่ที่ลู่ลม ก่อให้เกิด “ดุลภาพ : ที่เชื่อมต่อระหว่างร่างกายและลมหายใจ” ได้เป็นอย่างดี

วิถีแห่งทิวา จึงมีจุดเรี่มต้นจากการให้ความใส่ใจกับการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ที่เปรียบดั่งการทำงานศิลปะในปรัชญาตะวันออก ที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน เชื่องช้า เรียบง่าย และถ่อมตัว เชื่อมโยงกันกับหลักปรัชญาวิถีการดำเนินชีวิตของเซนและหลักการทางพุทธศาสนา

ด้วยวีถีแห่งทิวา ที่มีกลิ่นอายของเซนผสมกับหลักการของพุทธศาสนา จึงทำให้ผู้ที่เข้ามาได้รับรู้ถึงพลังงานแห่ง ณาน สมาธิ ในหลายมุมมอง ไม่มีกำหนด ไม่อาจจำกัด และเกิดขึ้นได้ทุกอิริยาบถ ไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ และเป็นไปเองตามธรรมชาติเดิมของแต่ละบุคคล ซึ่งอยู่ที่การจัดการและบริหารอารมณ์ ความคิด คำพูด การกระทำ และความรู้สึกของตน สวนเสียงไผ่ จึงเป็นดั่งพื้นที่แห่งการเริ่มต้นเดินทาง และเป็นดั่งปลายทางแห่งโชคชะตาในสถานที่เดียวกัน

ชุมชนทิวา เชื่อในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ และอัฉริยภาพของความเป็นมนุษย์ (HI) ที่เกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และต้องหมั่นเจริญสติ ด้วยสภาวะที่มีความตระหนักรู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบัน ด้วยห้องทำสมาธิ เพื่อให้เป็นดั่งพื้นที่สำหรับเจริญสติ เพื่อให้รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร มีความรู้สึกอะไรอยู่ กำลังอยู่ในอารมณ์ไหน มีความนึกคิดถึงเรื่องอะไรอยู่ นอกจากความตระหนักรู้ตัวแล้ว ยังสามารถรู้ด้วยว่าความคิดและความรู้สึกที่กำลังมีอยู่เป็นทางบวกหรือทางลบ แล้วความคิดหรืออารมณ์ดังกล่าวทำให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายอย่างไรบ้าง และเมื่อเข้าใจถึงการตระหนักรู้ตัวเช่นนี้แล้ว ก็จะสามารถใช้ชีวิต และประกอบกิจการใดใด ในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี

ชุมชน ทิวา จึงเป็นดั่งพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ยอมรับ เข้าใจ ปรับเปลี่ยน ให้เป็นไปตามความเป็นจริงของสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยึดมั่นในแนวคิดเพื่อให้โลกดีขึ้นกว่าเดิมเป็นที่ตั้ง และสร้างรากฐานความคิดที่ถ่องแท้ไปถึงความเข้าใจจากภายนอกสู่ภายใน

ชุมชน ทิวา มีแนวคิดที่ตกผลิตเป็นของตนเองหลายอย่างเป็นต้นว่า เราเชื่อว่าความสำคัญของชีวิตนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่ปัจจัยที่เกี่ยวกับชื่อเสียง เงินทอง หรือมีเวลามากเพียงพอที่จะทำตามใจอยาก แต่กลับหมายถึงการทำให้เติบโตอย่างสง่างาม โดยพร้อมที่จะแบ่งปันกำไรคือสู่สังคม เพื่อให้สังคมดีขึ้น กลับมาทำให้สุขภาพดีของตนดีขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น หน้าที่การงาน กิจการดีขึ้น มีกำไรให้บริษัทมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นในบริบทที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อีกหนึ่งแนวคิดที่ ชุมชนทิวา ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก คือ การบริหารจัดการตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าคนที่บริหารจัดการตัวเองได้ดีเพียงพอ ก็จะทำให้สิ่งต่างๆรายรอบตัวนั้นถูกบริหารจัดการได้ดีตามไปด้วย

HAPPY WORKPLACE

ชุมชนทิวา ออกแบบพื้นที่ทำงานให้เต็มไปด้วยความสุข โดยรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและผู้คนที่พร้อมจะแบ่งปันเรื่องดีๆสู่กันและกัน เป็นดั่งพื้นที่แห่งมิตรภาพในสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยผ่อนคลาย และวัฒนธรรมองค์กรที่เรียบง่าย  แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และดีไซน์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

A Community of goodfriends

ชุมชนทิวา มุ่งหวังให้คนได้เปิดอกคุยงานกันได้อย่างสบายใจ ด้วยการรับฟังกันอย่างแท้จริง ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายไปกับมิตรภาพที่ไม่ต้องระวังว่าจะเกิดการแทงข้างหลัง หรือ กังวลใจใดใดเกี่ยวกับการคุยงาน หรือ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ 

ชุมชนทิวา ที่ตั้งอยู่ในสวนเสียงไผ่ ถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน ทั้งในส่วนพื้นที่นั่งเล่น ผ่อนคลาย ที่รายล้อมไปด้วยสวนไผ่ และผักสวนครัวนาๆชนิด และยังมีพื้นที่สำหรับการนั่งทำงานท่ามกลางบรรยากาศสวน มีห้องนวดผ่อนคลาย และโซนห้องประชุมย่อยอีก 3 ห้อง ประกอบไปด้วยโถงใหญ่ TVA Hall ที่จุคนได้มากกว่า 50 คน 1 ห้อง และห้อง Glass Room 1-3 & Wooden Room สำหรับคุยงานด้านหน้าอีก 1 ห้อง สามารถจุคนได้ 10 คน และห้อง White House ห้องประชุมที่ให้บรรยากาศเหมือนห้องรับรอง แต่ก็สามารถนั่งคุยงานกันได้ทั้งวัน ด้วยการประชุมสไตล์ การพูดคุยเชิง Dialog ที่จะเปิดความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างไม่หยุดหย่อน

วิธีแห่งการ กิน-อยู่-คือ ของพนักงาน ในชุมชนทิวา จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในวิถีการทำงานร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำอาหารร่วมกัน แบ่งปันของกินกัน, พูดคุย, ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกัน โดยที่เราไม่ได้กำหนด ว่าที่นี้คือบริษัทของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ทั้งในเวลาทำงานและเวลากินอาหารเองก็ตาม และวิถีนี้ก็ส่งผลต่อการร่วมมือร่วมใจกันทำอีกหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน ชุมชนทิวา ส่งต่อไปถึงการดูแล ต้อนรับแขก และผู้ที่เข้ามาติดต่อประสานงานในทิวา เช่นกัน

ชุมชนทิวา จะมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น การทำอาหารร่วมกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่แล้วพนักงานจะไม่ออกไปกินอาหารข้างนอก หรือแทบไม่จำเป็นต้องซื้อกินข้างนอก เพราะภายในชุมชนทิวาจะมีงบวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อเป็นมื้อกลางร่วมกันเสมอ และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จเราจะมีการนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยให้กับพืชผักสวนครัวรอบๆ สวนเสียงไผ่ เพื่อการสร้างระบบนิเวศเล็กๆอย่างลงตัวภายในชุมชน


“การตีระฆัง” เพื่อเรียกพนักงานมาเฉลิมฉลอง, ถือเป็นวิถีหนึ่งที่ชุมชนทิวา ใช้สำหรับการแจ้งถึงเรื่องราวดีดีประจำวัน เป็นทั้งสัญญาณในการพักเบรค และข่าวดี ทุกครั้งที่เสียงระฆังดัง ทุกคนก็จะทราบถึงข่าวดี ที่เข้าในช่วงเวลานั้น เช่น มี Deal ใหม่เข้ามาให้มาร่วมแสดงความยินดี หรือ พักได้แล้วนะ นี่คือเวลาที่ทุกคนจะออกมาทานข้าวร่วมกันอย่างมีความสุข

เรามีการแบ่งงานกันทำโดยไม่ได้ถึงกับเรียกว่าตำแหน่งตามความถนัดของคน มีกิจกรรมร่วมกันอย่างไรในช่วงเวลาต่างๆ กิจกรรมระหว่างกันมีหลายอย่าง เช่น ในช่วงพักเบรคที่ใครอยากเบรกก็ออกมากินกาแฟ ออกมาสนทนาพูดคุยกัน ไม่ได้บังคับว่าเป็นเวลาไหนต้องพักเบรคอย่างไร

กิจกรรมประจำปีก็จะมี ปีใหม่, ตรุษจีน (ซึ่งในวันตรุษจีนเราจะมีการเชิญพนักงานทั้งใหม่และเก่าเข้ามาร่วมงานกัน) นอกจากนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญสังฆทานร่วมกัน 2-3 ครั้งในห้อง Zen สำหรับนั่งสมาธิ นอกจากนั้นเรายังมีโซนของการนวดมีการเชิญหมอนวดมาให้กับพนักงาน 1ครั้ง/สัปดาห์

ภาพถ่ายพนักงานเก่าร่วมกับพนักงานใหม่ ในเทศกาลวันตรุษจีน ปี 2565 ที่ผ่านมา

Tva Eco-system

หนี่งใน ระบบนิเวศเล็กๆของ ชุมชนทิวา คือ การแบ่งโซนสวนออกเป็น มุมต่างๆ โดยการเป็นการเลี้ยงสัตว์ ในระบบปศุสัตว์เล็กๆ ด้วยโรงเรือนที่ทำความสะอาดเป็นประจำ เช่น โรงเรือนไก่ ห่าน นกยูง ปลาคราฟ ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไป เพื่อแบ่งปันพื้นที่กับสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ นอกจากจะช่วยให้สัตว์ได้มีพื้นที่อาศัยเพิ่มแล้ว ก็ยังช่วยให้มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

อีกทั้งยังทำให้คนเมืองที่ละเลยการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ ได้ตระหนักเห็นถึงความสำเร็จในการอยู่ร่วมกัน ที่ต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อและเมตตาต่อชีวิตอื่นๆจึงจะทำให้สถานที่แห่งนั้นๆน่าอยู่ขึ้น

ในสวนเสียงไผ่ ยังมีระบบนิเวศเล็กของแมลง เช่น ผีเสื้อ ผึ้งชันโรง และแมลงอื่นๆ ที่เกิดการปลูกพืชดอก ที่หลากหลาย ที่มีการออกดอกที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการศมเกสรตามธรรมชาติตลอดทั้งปี อีกทั้งการจัดสวนในที่แห่งนี้ ยังมีพรรณไม้ที่หลากหลายทั้งไม้ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไม้พุ่ม สนามหญ้า ซึ่งล้วนแต่เป็นการเติมเต็มระบบนิวเศ

สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับสวนเสียงไผ่ ได้อยู่ร่วมกับสัตว์ที่เลี้ยงกึ่งปล่อยแบบธรรมชาติ ผู้เข้ามาประชุม สัมนาฯ หรือ พูดคุยงานและธุรกิจ ก็จะเห็นถึงการแวดล้อมเดินไปมาของสัตว์แต่ละประเภทที่ปล่อยไว้ตามธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนกันสร้างความรู้สึกอบอุ่น ให้กับบรรยากาศของสวนเสียงไผ่ได้เป็นอย่างดี

TVA Harvest

ชุมชนทิวา ออกแบบระบบโรงเรือนสำหรับการทดลองปลูกพืชผักสวนครัวกินเอง เพื่อให้ได้ผักที่สดใหม่และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ อีกนัยนึงก็เพื่อให้เกิดความสุขทางใจและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติในสวน และเป็นการปลูกจิตสำนึกต่อธรรมชาติและการใส่ใจสิ่งแวดล้อมจากแปลงผักเล็กๆ โดยมีการพรวนดิน รดน้ำใส่ปุ๋ย และดูแลอยู่พอประมาณหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่เหมาะสม และมีการทดลองปลูกผักล้อมรั้ว ในโมเดล “ผักสวนครัว รั้วกินได้” เช่น กระถิน ชะอม ตำลึง มะระ ผักหวานบ้าน เป็นต้น

นอกจากนั้นภายในสวนเสียงไผ่ก็มีการปลูกพืชตะกลูไม้เลื้อย เพื่อช่วยให้เป็นร่วมเงาบังแสงแดด บังลมฝนได้ตามธรรมชาตินอกจากนั้นยังลดการสะท้อนของแดด และลดความร้อนที่สะสมตามกำแพงคอนกรีตได้อีกด้วย

เมื่อเกิดระบบนิเวศครบถ้วน อากาศภายในสวนเสียงไผ่ หรือ ชุมชนทิวาจึงเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย และอากาศที่ดี มีเสียงนก ผีเสื้อ แมลง ที่เกิดจากการมาร่วมอาศัย สร้างกิจกรรมการช่วยดูแลสวน ตามที่ตัวเองสะดวก ในทางอ้อมก็สามารถเยียวยาจิตใจและลดความเครียดและปัญหาวุ่นวายต่างๆในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี เกิดปฎิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างการพูดคุยงาน และเสมือนได้พักผ่อนไปในตัว  

ชุมชนทิวา ปรับใช้แนวคิด “ขยะเหลือศูนย์” Zero Waste ในสวนเสียงไผ่ ด้วยการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้เหลือขยะที่ต้องนำไปจำกัดให้น้อยที่สุด ซึ่งหัวใจของการดำเนินการดังกล่าว คือ การจัดการขยะที่ต้นทาง เน้นการลดขยะ การใช้ซ้ำ และการคัดแยกเพื่อให้ได้นำกลับมาใช้ใหม่ก่อนนำไปกำจัด

TVA Eco-Zero waste

ชุมชนทิวา ปรับใช้แนวคิด “ขยะเหลือศูนย์” Zero Waste ในสวนเสียงไผ่ ด้วยการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้เหลือขยะที่ต้องนำไปจำกัดให้น้อยที่สุด ซึ่งหัวใจของการดำเนินการดังกล่าว คือ การจัดการขยะที่ต้นทาง เน้นการลดขยะ การใช้ซ้ำ และการคัดแยกเพื่อให้ได้นำกลับมาใช้ใหม่ก่อนนำไปกำจัด

เราพยายามที่จะหลีกเลี่ยง การใช้สิ่งที่ก่อให้เกิดขยะเพิ่ม เช่น พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และพยายามใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด เช่นแก้วที่สามารถล้างได้ หรือการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก และการนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น กล่องกระดาษต่างๆ หรือ การหมุนเวียนนำมา Recycle หรือเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เช่นการนำเศษอาหารไปหมักให้เป็นปุ๋ย เพื่อใส่ต้นไม้และบำรุงดิน

ทำอาหารกินเอง ปลูกผักกินตามฤดูกาล สร้างการมีส่วนร่วมในงานต่างๆ ที่จะทำให้เกิดระบบนิเวศที่ดีขึ้นในสวนเสียงไผ่ เริ่มจากชุมชนเล็กๆที่แข็งแรงสู่การปลูกจิตสำนึก เพื่อนำไปเผยแผ่ต่อสังคมภายนอก

ชุมชนทิวา ในสวนเสียงไผ่ จึงเป็นมากกว่าสถานที่ และมีเรื่องราวที่ดีมากกว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ แต่เป็นวิถี เป็นวัฒนธรรม เป็นแหล่งปลูกฝัง บ่มเพาะความคิด ความรู้ ความเชื่อ เพื่อก่อให้การพัฒนาในสังคมวงเล็ก จนสร้างผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้น

เขาจึงพยายามทำให้สถานที่แห่งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสิ่งดีๆ จากรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เพื่อส่งต่อค่านิยมนี้ สู่ผู้คน ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ โดยที่ ชุมชนทิวา จะยังคงยินดีต้อนรับทุกคนที่มาเยือนด้วยความเป็นมิตร และจริงใจเสมอ เพราะเราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้นนั้น สามารถเริ่มต้นทำได้ทุกวัน